DINING
5 ห้องอาหารจากเชฟระดับมิชลินสตาร์ในกรุงเทพฯ ความอร่อยเลิศที่ต้องลองให้ได้สักครั้งก่อนตาย
5 ห้องอาหารจากเชฟระดับมิชลินสตาร์ในกรุงเทพฯ ความอร่อยเลิศที่ต้องลองให้ได้สักครั้งก่อนตาย
อีกเพียงไม่กี่อึดใจ Michelin Guide Bangkok คู่มือแนะนาร้านอาหาร และโรงแรม ซึ่งเป็นที่ยอมรับจากทั่วโลก ก็จะเดินทางมาถึงเมืองไทยในช่วงปลายปี 2016 โดยความร่วมมือระหว่างมิชลิน ไกด์ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ถือเป็นการวางรากฐานอันแข็งแกร่งในการผลักดันกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกผ่านการนาเสนอของ Michelin Guide Book เพื่อให้เป็นที่รู้จักในฐานะจุดหมายปลายทางด้านอาหารที่มีมาตรฐานระดับสากล สำหรับตำนานของมิชลินไกด์นั้นถือกำเนิดจากบริษัทยางรถยนตร์มิชลินในประเทศฝรั่งเศสเมื่อปี 1900 กระจายออกไปตามเมืองใหญ่ๆ รอบโลก โดยปัจจุบันมีทั้งหมด 26 เมือง ใน 23 ประเทศ
 
ดังนั้น เราขอต้อนรับการเดินทางมาถึงของ Michelin Guide Bangkok ด้วย 5 ร้านระดับเชฟมิชลินสตาร์ในกรุงเทพฯ แล้วกัน
 
1. L’ATELIER de JoËl Robuchon 
โจเอล โรบูชง ( JoËl Robuchon ) คือเชฟระดับตำนานที่ครอบครองดาวมิชลินรวมกันสูงสุดในประวัติศาสตร์ที่ 28 ดาว จากร้านอาหารทั้งหมดในเครือของเขา เชฟโจเอลเล่าว่า L’ATELIER de JoËl Robuchon ได้แรงบันดาลใจมาจากความเรียบง่ายของครัวแบบญี่ปุ่นผสมผสานกับบรรยากาศครึกครื้นสไตล์ทาปาสบาร์ของสเปน จึงออกแบบเคาน์เตอร์บาร์ที่เห็นครัวเรียกว่า ‘ ลัตเตอลิเย' ให้ลูกค้ามองเห็นเชฟกำลังทำอาหาร ขณะที่อาหารยังคงความเป็นฝรั่งเศสในแบบโรบูชง จะบอกว่าโมเดิร์นก็ว่าได้ แต่ก็ไม่ได้ถึงขนาดพวกโมเลกูลาร์ เชฟโจเอลยังบอกอีกว่า เขาไม่ชอบเลย พวกอาหารที่ล้ำสมัยไปจนถึงเรื่องของวิทยาศาสตร์แบบนั้น อย่างไรก็ตาม น่าเสียดานที่เขาไม่ได้ประจำการอยู่ที่เมืองไทย แต่มอบหมายให้เชฟออลีวีเย ลีมูแซ็ง (Olivier Limousin) เชฟใหญ่ประจำร้านดูแลแทน
 
 

Let’s guess what is Chef @olivierlimousin preparing? #RobuchonBKK #LAtelierdeJoelRobuchonBangkok #MichelinStar #JoelRobuchon #French #Dining #MahaNakhon #MahaNakhonCUBE #Foodstagram

A post shared by L'Atelier de Joël Robuchon (@robuchon_bangkok) on

เชฟออลีวีเยจะเริ่มมองวัตถุดิบท้องถิ่นในบ้านเรามาใช้ปรุงอาหารให้มากที่สุด เพราะวัตถุดิบของเราเป็นต้นตอที่ทำให้โรบูชงตัดสินจมาเปอดร้านในเมืองไทย ว่ากันว่าถ้าได้ชิมอาหารของเชฟมิชลินเราควรได้ลิ้มลองเทสติ้งเมนูของเขาเพราะรวมเอาอาหารจานเด่นของเขาไว้ทั้งหมด ที่สำคัญขนาดก็ไม่ใหญ่มากไปครั้งเดียวได้ชิมครบทุกจาน อาทิ Le Homard ล็อบสเตอร์กับซอสพริกไทยดำมาลาบา เสิร์ฟคู่กับผักโขมและโฟมมะพร้าว La Caille นกกระทายัดไส้ฟัวกราส์ ราดด้วยน้ำจากการปรุงนกและ Le Caviar Imperial de Sologne แซลมอนทาร์ทาร์กับไข่คาเวียร์
 
 

Would you like some caviar? #LAtelierdeJoelRobuchonBangkok #MichelinStar #JoelRobuchon #French #Dining #Caviar #MahaNakhonCUBE #RobuchonBKK

A post shared by L'Atelier de Joël Robuchon (@robuchon_bangkok) on

L'Atelier de Joel Robuchon Bangkok ชั้น 5 มหานคร คิวบ์ ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ บางรัก กรุงเทพฯ เปิดบริการ 11.30-14.30 และ 18.30-22.30 น. โทร 0 2001 0698
 
 
2. J’AIME by Jean-Michel Lorain 
คงต้องบอกว่า แฌม บาย ฌอง-มิเชล โลรองต์ (J’AIME by Jean-Michel Lorain) เป็นร้านอาหารของเชฟมิชลินสตาร์แห่งแรกที่เปิดให้ชิมความอร่อยในบ้านเรา โดยมีเชฟฌอง-มิเชล โลรองต์ (Jean-Michel Lorain) มิชลินสตาร์ 3 ดาว จากห้องอาหาร ค็อตส์ เซนต์ ฌาร์ค (Côte Saint Jacques) แคว้นเบอร์กันดี ฝรั่งเศส เขาครอง 3 ดาวมิชลิน ร่วมกับคุณพ่อ เชฟมิเชล โลรองต์ (Michel Lorain) ยาวนานถึง 25 ปี แน่นอนว่าตำนานของเขาในบ้านเกิด ย่อมไม่มีใครตั้งข้อกังขา แต่สำหรับร้านที่เมืองไทยนี้ ถือเป็นความท้าทายยิ่งใหญ่เลยทีเดียว เพราะเป็นครั้งแรกที่เขาเดินทางออกมาเปิดร้านอาหารนอกฝรั่งเศส น่าเสียดายที่เชฟมาเพียงช่วงแรก เพราะต้องดูแลร้านของครอบครัวและดาวมิชลิน แต่เขาจะกลับมาประมาณปีละครั้ง
 
 

Happy Father's Day to our Thai fan from Marine & Jean-Michel Lorain ❤️

แน่นอนว่าเขาดึงตัวเชฟมือขวาของเขา เชฟอเมริโก้ ติโต เซสติ (Amerigo Tito Sesti) มาดูแลเรื่องอาหาร และ มารีน โลรองต์ (Marine Lorain) ลูกสาวมาเป็นผู้จัดการร้านด้วยประสบการณ์ระดับโลก ทำให้เขาไม่เลือกเสิร์ฟอาหารแบบคอร์สเหมือนร้านในฝรั่งเศส แต่เขาเลือกนำเสนอใหม่ โดยยังคงอาหารจานเด่นของเขา แต่เสิร์ฟแบบแชริ่งซึ่งให้รูปแบบการกินเหมือนสำรับอาหารไทย คล้ายๆ กับที่เชฟเดวิด ทอมป์สัน แห่งร้านน้ำ เคยทำไว้ แต่ที่นั่นเป็นร้านอาหารไทย นอกจากนั้นยังมอบหมายให้เชฟอเมริโก้มองหาวัตถุดิบในเมืองไทยเพื่อให้ลูกค้าได้ชิมอาหารที่สดใหม่ตามฤดูกาล

 

Chef Amerigo Tito Sesti will be crafted the 5-course tasting menu for Music Dinner event on Wed 24 June for more info pls visit www.jaime-bangkok.com/news-promotion #Music #dinner #Frenchcuisine #MichelinStar #Chef #recipe #bkkmenu #aroibkk

A post shared by J'AIME by Jean-Michel Lorain (@jaime_bangkok) on

จานเด่น อาทิ Razor Clams in their Gelée with Savoy Cabbage and Sea Urchin Cream หอยหลอด เยลลี่หอยหลอด ครีมหอยเม่น และเปลือกหอยนางรมที่ให้กลิ่นรสของหอยนางรม Ocean Oyster Terrine เทอร์รีนหอยนางรม ราดด้วยเลมอนเดรสซิ่ง และ Bourguignon Beef Cheek แก้มวัวตุ๋นไวน์ซอส กับหัวหอมดองวินิการ์
 
 

Have a superb Friday dinner.

J’AIME by Jean-Michel Lorain โรงแรม U Sathorn Bangkok 105, 105/1 ซอยงามดูพลี ทุ่งมหาเมฆ สาทร กรุงเทพฯ เปิดบริการ 11.30-15.00 น. และ 18.00-23.00 น. โทร. 0 2119 4899

 
 
3. Savelberg Thailand 
มิชลินไกด์จะมาตามข่าวลือหรือไม่ อันนี้ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่ที่แน่นอนแล้วคือ เชฟแฮงค์ ซาเวลเบิร์ก (Henk Savelberg) ขายกิจการร้านอาหารในเนเธอร์แลนด์แล้วย้ายสำมะโนครัวมาปักหลักที่นี่ พร้อมเปิดซาเวิลเบิร์ก ไทยแลนด์ (Savelberg Thailand) รอรับการมาของมิชลินไกด์ล่วงหน้าแล้ว เชฟแฮงค์อาจจะไม่ได้ฟู่ฟ่าด้วยจำนวนดาวมิชลินที่มากมายเหมือนกับเชฟคนอื่นๆ แต่เขาก็เป็นเจ้าของดาวมิชลินที่พิเศษกว่าใคร เพราะร้านที่เขาดูแลได้รับรางวัลถึง 4 แห่ง คือ De Graaf van het Hoogeveen, Seinpost, Vreugd en Rust และ Savelberg ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นร้านอาหารฝรั่งเศสในประเทศเนเธอร์แลนด์
 
 

Guess who's back in town? Chef Savelberg is leading the diners & asparagus workshops the upcoming weeks. #asparagusseason

ซาเวลเบิร์กยังคงกลิ่นอายของอาหารฝรั่งเศสในสไตล์ของเชฟแฮงค์เอาไว้เช่นที่เคยเป็นมา แน่นอนว่าเขามาดูแลครัวด้วยตัวเอง ใครมาก็มีโอกาสได้พบอย่างแน่นอน แต่ถ้าอยากรู้จักรสมือของเชฟแฮงค์ให้ดีๆ เราแนะนำให้ลองเทสติ้งเมนูที่ชื่อว่า Savelberg Experience อาหาร 7 คอร์ส อาทิ Lobster, Langoustines, Oysters & Caviar, Turbot, Veal, Strained Yogurt และ Citrus อาหารคาว 5 เมนู และของหวาน 2 เมนู นอกจากนั้นยังมีจานเด่นอย่าง Faberge & Caviar คาเวียร์กับเครมบรูเล่ Pork, Gamba & Black Truffle หมูกรอบกับกุ้งแกมบาราดซอสทรัฟเฟิล, Lobster แคนาเดียนล็อบสเตอร์กับบีตรูทหลากหลายรูปแบบ, Lamb เนื้อสันหลังแกะกับสมุนไพร Souffle ซูเฟล่วานิลลากับสับปะรด

 

What do you think about this piece of art: Tartar of veal & green apple served in a soup of yoghurt, creme fraiche with crispy bacon cannelloni and #tzarcaviar #igersthailand #savelbergthailand #thailandtattler #michelinstarchef #thailandluxe #bangkoktravel

A post shared by Savelberg Thailand (@savelberg_thailand) on

Savelberg Thailand เลขที่ 110 at Oriental Residence ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ เปิดบริการ 12.00-14.00 น. และ 18.00-22.00 น. โทร. 0 2252 8001
 
 
4. VOGUE Lounge 
ร้านนี้อาจจะดูไกลจากภาพของร้านอาหารมิชลิน ด้วยภาพลักษณ์ของแบรนด์นิตยสารแฟชั่นดัง แต่โว้กเลานจ์ (VOGUE Lounge) ก็เข้าใกล้กับการมีโอกาสติดดาวเช่นกัน เพราะได้เชฟวินเซนต์ เธียร์รี่ (Vincent Thierry) เชฟที่เคยทำให้ร้านอาหาร Caprice ของ Four Seasons ฮ่องกง ได้ดาวมิชลินถึง 3 ดวง ภายในระยะเวลาเพียง 4 ปีที่เขาทำงาน โว้กเลานจ์ กรุงเทพฯ ถือว่าเป็นแห่งแรกในโลก ตกแต่งหรูหราในโทนสีดำ สีขาว และสีทอง ประดับด้วยภาพถ่ายแฟชั่นสุดคลาสสิก สะท้อนแบรนด์นิตยสารแฟชั่น มุมน่านั่งอยู่ที่เอาต์ดอร์ที่ให้อารมณ์ของรูฟท็อปบาร์ใจกลางเมือง ที่นี่ให้บริการในคอนเซ็ปต์ ‘All-Day Dining’
 
 

As the sun goes down in Bangkok, we're thinking about lighting the candles and setting up our beautiful terrace just in time for the first cocktails of the evening. ‪#‎voguelounge‬Bangkok #MahaNakhon #CUBE #terrace #chillout #bangkok #cocktail #luxury #experience #davidcollinstudio #design #romance #candles

A post shared by VOGUE Lounge (@vogueloungebangkok) on

อาหารของเชฟวินเซนต์นำเสนอหน้าตาที่สวยงามในรูปแบบพอดีคำแบบ Bite-Sized ทั้งของคาว และของหวาน ปรับเปลี่ยนเมนูไปตามฤดูกาล อาทิ King Crab ปูอะแลสกากับมูสชีสมาสคาโปน Duck Foie Gras ฟัวกราส์เทอร์รีนห่อด้วยเยลลี่เบอร์รี่ กินกับเฮเซลนัทบด Japanese Wagyu Beef Sirloin เนื้อสันในกับมันบดผสมทรัฟเฟิลและไขมันจากกระดูกวัวรมควัน ส่วนของบาร์เป็นเครื่องดื่มที่มีซิกเนเจอร์ค็อกเทล เป็นตัวแทนจากเมืองหลวงแห่งแฟชั่นทั่วโลก อาทิ นิวยอร์ก ปารีส มิลาน ลอนดอน และกรุงเทพฯ โดยซิกเนเจอร์ของกรุงเทพฯ มีชื่อว่า MahaNakhon Julep วอดก้า แอบซินธ์ น้ำเสาวรส น้ำมะม่วง และน้ำผึ้ง จุดไฟก่อนเสิร์ฟ
 
 

Elegant and simple, seared tuna sings with delicate flavour while spiced tomato imbues an element of sharpness. เนื้อทูน่าย่างแต่เพียงด้านนอก เสียบไม้จัดมาในรูปแบบบาร์บีคิว ทานเบาๆ คู่กับเครื่องดื่มที่คุณชื่นชอบค่ะ #VOGUEloungebangkok #VOGUEmagazine #VOGUEbangkok #VOGUE

A post shared by VOGUE Lounge (@vogueloungebangkok) on

VOGUE Lounge ชั้น 6 มหานคร คิวบ์ ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ บางรัก กรุงเทพฯ เปิดบริการ 10.00-01.00 น. โทร. 0-2001-0697
 
 
5. Sra Bua by Kiin Kiin 
ห้องอาหารสระบัว บาย กิน กิน (Sra Bua by Kiin Kiin) เปิดประสบการณ์การรับประทานอาหารไทยแบบใหม่ ภายใต้การร่วมมือของเชฟมิชลินสตาร์ชื่อดัง มร.เฮนริก อูลแอนเดอร์เซน (Henrik Yde-Andersen) ชาวเดนมาร์ก ผู้ก่อตั้งร้านอาหารไทย กิน กิน ในกรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก และโรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ โดยอาหารไทยแต่ละจานได้รับแรงบันดาลใจจากการปรุงแบบตะวันตก หากแต่วัตถุดิบ และรสชาติยังคงความเป็นไทยแท้ต้นตำรับ ผ่านวัตถุดิบ สมุนไพร เครื่องเทศ ที่สดใหม่จึงให้รสชาติกลมกล่อม เปรี้ยว เค็มและเผ็ด ซึ่งถือเป็นรสชาติหลักของอาหารไทยดั้งเดิม

เมื่อเดินผ่านประตูบานใหญ่เข้ามาด้านใน จะพบกับเลานจ์ขนาดย่อมจัดวางเก้าอี้นั่งไว้รับรองแขก ซึ่งในส่วนนี้ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากห้องอาหารกิน กิน ในกรุงโคเปนเฮเกน เพื่อต้องการให้ลูกค้าได้นั่งพักผ่อน พร้อมทั้งรับประทานอาหารว่างและดื่มน้ำก่อนที่จะย้ายไปยังโต๊ะอาหาร ห้องอาหารสระบัวปูพื้นด้วยไม้ สอดรับกับผนังไม้ รวมไปถึงของตกแต่งสไตล์ไทย จึงให้อารมณ์คลาสสิกร่วมสมัย ระหว่างทางเดินสร้างสระบัวเพื่อเพิ่มความสดชื่น โต๊ะและเก้าอี้ถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ ด้านในสุดมีมุมส่วนตัวที่ถูกตกแต่งคล้ายศาลาไทย ประดับโคมไฟที่ส่องแสงระเรื่อไว้รองรับลูกค้าคนพิเศษ
 
 

#siamkempinskihotelbangkok #siamkempinskihotel #siamkempinski #srabuabykiinkiin #srabua #michelinguide

A post shared by ChoiYang

จุดเด่นของห้องอาหารสระบัวที่สร้างความประทับใจ คือแนวความคิดในการนำเสนออาหารไทยที่ไม่เหมือนใครของเชฟเฮนริก ที่เดินทางมาพักผ่อนในประเทศไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 เขาตกหลุมรักอาหารไทย จึงได้เดินทางท่องเที่ยว เรียนรู้และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ คิดค้นการปรุงอาหารไทย จนทำให้ร้านกิน กิน ที่เขาเปิด ได้รับรางวัลมิชลินสตาร์รับรองคุณภาพ อาหารแต่ละจานของเชฟเฮนริก ถือเป็นงานศิลปะที่มีความโดดเด่นในการตกแต่งจานที่ดูสวยงาม มีชั้นเชิงการปรุงอาหารที่มาสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการอาหารไทย เชฟเฮนริก จึงกลายเป็นเชฟที่ปรึกษาและเป็นผู้ร่วมวางแนวทางรูปแบบของร้านอาหารสระบัว ซึ่งหลังจากเปิดได้ไม่นาน ห้องอาหารสระบัว บาย กิน กิน ได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 50 อันดับร้านอาหารที่ดีที่สุดในเอเชีย

 

#TomYum soup #KiinKiin style #thaifood

A post shared by Siam Kempinski Hotel Bangkok (@siamkempinski) on

Sra Bua by Kiin Kiin โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ อาหารไทยประยุกต์ที่มาช่วยสร้างช่วงเวลาสุดพิเศษ พร้อมเพลิดเพลินไปกับงานศิลป์บนจานอาหาร สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. 02 162 9000 หรือ srabua.siambangkok@kempinski.com

54,441
Views
5+ห้องอาหารจากเชฟระดับมิชลินสตาร์ในกรุงเทพฯ+ความอร่อยเลิศที่ต้องลองให้ได้สักครั้งก่อนตาย
NEXT CONTENT »
CAKE CODE CAFE'
It’s me ร้านเบเกอร์รี่ที่เสิร์ฟทั้งของคาว ของหวานและเครื่องดื่ม ของสองหนุ่มสาวที่รักการทำอาหาร ‘ก้อง - ตูน’ ซึ่งแต่ละเมนูรังสรรค์ขึ้นมาด้วยความตั้งใจในการผลิต เน้นวัตถุดิบอย่างดี รสชาติอร่อยถูกปาก ในราคาที่ถูกใจ นอกจากนี้ทุกวันอาทิตย์ ยังเปิดเวิร์คช็อปสอนทำเบเกอร์รี่ รวมถึงยังให้คำปรึกษาคนที่อยากจะเปิดร้านเบเกอร์รี่ทุก..
READ CONTENT
Love without Boundary รณกฤต หะมิชาติ
Love without Boundary รณกฤต หะมิชาติ หากดูกันตามโปรไฟล์แล้ว ‘แซม-รณกฤต หะมิชาติ’ จัดเป็นทรานส์แมนระดับท็อปคนหนึ่งของประเทศไทย เพราะด้วยวัยเพียง 25 ปี กับมุมมองความคิดอันเฉียบคม และการดำรงตำแหน่งเลขาธิการ และเหรัญญิกสมาคมสตรีข้ามเพศแห่งประเทศไทย อีกทั้งยังขึ้นแทนเป็นหวานใจของ ‘นก-ยลลดา สวนยศ’ ผู้หญิง..
READ CONTENT
ตายตาหลับ! กับการได้ชิมอาหารที่ 6 ปี มีครั้ง!
เซ็ตเมนูพิเศษจาก 6 เชฟ 6 เมนู 6 สัญชาติอาหาร
READ CONTENT
DINING
FOOD
 CONTACT
 FOLLOW US