ART+CULTURE
BOOK SHELF
หนังสือ (เคย) ต้องห้ามที่เราอยากให้คุณได้อ่าน
หนังสือ (เคย) ต้องห้ามที่เราอยากให้คุณได้อ่าน
เพราะบางครั้ง ความรู้อาจจะได้มาจากหนทางที่ไม่ธรรมดา

ฤดูกาลแห่งสัปดาห์หนังสือได้ผ่านพ้นไปอีกครั้ง มันอาจจะไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ กับประโยคที่ว่า การอ่านหนังสือคือการเปิดโลกทัศน์ให้กว้างไกล ขยายความเข้าใจของผู้เสพรับให้หลากหลาย และเป็นจุดเริ่มต้นของการต่อยอดไปสู่มิติใหม่ๆ ที่น่าสนใจอย่างไม่อาจปฏิเสธได้ อันเป็นหัวใจของมหกรรมนี้มาโดยตลอด แต่ก็ไม่ใช่หนังสือทุกเล่ม ที่จะได้การยอมรับในครั้งแรกที่ถูกตีพิมพ์ หลายเล่มถูกตีตราจากสังคมว่าเป็น ‘ของต้องห้าม’ และถูกมองข้ามในการคงอยู่ของมันมาเป็นเวลาช้านาน และถัดจากนี้ คือตัวอย่างของหนังสือต้องห้าม ที่สามารถหาอ่านได้ในปัจจุบัน และเราขอเชิญชวนให้คุณหามาลองอ่านดูสักครั้ง

 

Lolita โดย Vladimir Nabokov

นิยายฉาวรักคาวโลกีย์ จากปลายปากกาอันรุ่มรวยสลวยด้วยภาษารจนาด้วยอารมณ์ของ Vladimir Nabokov นักเขียนเชื้อสายอเมริกัน-รัสเซีย ในเรี่องราวความสัมพันธ์ต้องห้ามของชายวัยกลางคน และเด็กสาวรุ่นกระทงอายุสิบสี่ ที่บรรยายความปรารถนา ไฟราคะ และความแตกสลายในหัวใจด้วยภาษาอันสละสลวยจนนิตยสาร TIME ยกให้เป็นหนึ่งในร้อยนวนิยายอเมริกันที่ดีที่สุด แต่ในช่วงเวลาที่มันตีพิมพ์ในปี 1955 มันถูกสับยับละเอียดจากผู้อ่าน นักวิจารณ์ และนักศาสนา ว่าเป็นนิยายชั่วช้าเลวทราม ถึงขนาดที่ถูกประนามนับทศวรรษ กว่าจะได้รับการพิจารณาด้วยสายตาที่เป็นกลาง และสร้างคุณค่าให้กับตัวมันเองและบรรณพิภพ

Trivia: นวนิยายเล่มนี้ มีแปลเป็นภาษาไทยในชื่อ ‘โลลิตา’ โดย ปราบดา หยุ่น สำนักพิมพ์ไลต์เฮาส์พับลิชชิ่ง

 

The Color Purple โดย Alice Walker

นวนิยายดราม่าชีวิตแห่งสตรีผิวสียุค 1930 จากปลายปากกาของ Alice Walker ที่หลายสำนักพิมพ์ โรงเรียน จนถึงนักการเมืองอเมริกันต่างเข็ดขยาดและประกาศห้ามไม่ให้อ่าน แม้มันจะถูกตีพิมพ์ในปี 1982 ซึ่งก็คงไม่แปลก เพราะนี่คือเรื่องราวแห่งความเศร้า และการต่อสู้ชีวิตของสตรีผิวสีในช่วงเวลาที่การแบ่งแยกเชื้อชาติในอเมริกาตอนใต้นั้นเข้มข้นจนถึงขีดสุด มันมีการกล่าวถึงการข่มขืนกระทำชำเรา การทารุณทางร่างกายและจิตใจ ประหนึ่งบททดสอบตัวละครเอกของเรื่องในศรัทธาแห่งคุณค่าชีวิตมนุษย์ เป็นหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ที่หลายคนอยากลืม แต่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องถูกกล่าวขานเพื่อเรียนรู้และจดจำ

Trivia: นวนิยายเรื่องนี้ถูกดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ในปี 1985 กำกับโดย สตีเวน สปีลเบิร์ก และนำแสดงโดย วูปปี้ โกลด์เบิร์ก ในชื่อไทย ‘เลือดสีม่วง’

 

Ulysses โดย James Joyce

สุดยอดมหากาพย์นวนิยายของสุดยอดนักเขียนตลอดกาล เจมส์ จอยซ์ ที่ใช้เวลาเขียนนานที่สุด มีความยาวที่สุด ได้รับความนิยมมากที่สุด และมีประเด็นดราม่ามากที่สุดในบรรดางานเขียนทุกชิ้นที่ผ่านมา มันกล่าวถึงชีวิตและความสัมพันธ์ของมนุษย์ในแง่มุมที่ปลีกย่อย แต่แตกแขนงไปสู่การตั้งคำถามในแง่มุมต่างๆ อย่างลงลึก แทงตรง และไม่เกรงใจในบทบาทของตัวละคร มันถูกประนามจากรัฐบาลฝรั่งเศสว่าเป็นนวนิยายที่ซกมกสกปรกอัปปรีย์ไร้ศีลธรรม (แม้ว่าฝรั่งเศสจะมีความอดทนต่องานศิลปะมากมายสักเพียงใดก็ตาม) อีกทั้งกว่าที่มันจะได้รับการตีพิมพ์ ก็ต้องผ่านการกรองแล้วกรองอีก จนกว่าจะได้ออกมาเป็นรูปเล่มจริงๆ ก็เรียกว่าเป็นมหกรรมขนาดย่อมๆ เลยก็ว่าได้

Trivia: นวนิยายเรื่องนี้ ได้รับการตีพิมพ์โดย ซิลเวีย บีช เจ้าของร้านหนังสือ Shakespere and Company ในหลักกิโลเมตรที่ศูนย์ของกรุงปารีส ก่อนที่ร้านจะถูกสั่งปิดจากนายพันนาซีเพราะเธอผู้เป็นบรรณาธิการปฏิเสธที่จะมอบต้นฉบับร่างแรกให้กับเขาเป็นของกำนัล ซึ่งในปัจจุบัน Ulysses เป็นของขึ้นชื่อของร้านดังกล่าว ใครมีโอกาสแวะกรุงปารีส ขอเชิญชวนให้ไปเยี่ยมเยียนที่สถานี Saint-Michel Notre Dame สักครั้ง)

 

Lady Chatterley’s Lover โดย D.H. Lawrence

อีกหนึ่งนิยายที่ฉาวไม่แพ้ Lolita ในเวลาที่มันได้รับการตีพิมพ์ กับตำนานรักข้ามชนชั้นของเลดี้แชตเตอร์เลย์ สตรีสูงศักดิ์ผู้เปี่ยมด้วยไฟรักที่ไม่ได้รับการตอบสนอง กับคนสวนกักขฬะผู้นุ่มนวลในยามประโคมบทอีโรติกเร้าอารมณ์ งานชิ้นนี้ของ D.H. Lawrence เจาะลึกถึงหัวใจแห่งความเป็นมนุษย์ ความตลกร้ายของชนชั้น และการประกาศถึงจิตวิญญาณเสรีของสตรีชนที่จะมองหาหนทางแห่งหัวใจตนเอง แน่นอนว่าด้วยบทอัศจรรย์ที่เร้าใจสุดขีด และการกระแทกใส่หน้าบรรดากระฏุมพี ทำให้นวนิยายเรื่องนี้ ถูกแปะป้ายสาปส่งว่าเป็นของแสลงสกปรกซกมก และผู้เขียนถูกขึ้นศาลไต่สวนฐานเผยแพร่สื่อสิ่งพิมพ์อุจาดอีกกระทง (แม้ว่าจะมีภาษาที่สวยงามตามแบบฉบับอังกฤษดั้งเดิมก็ตาม)

Trivia: นวนิยายเรื่องนี้ เป็นหนังสืออีกเล่มที่เป็นประหนึ่งคัมภีร์ของการประกาศอิสรภาพทางเพศในช่วงบุปผาชนที่ได้รับการอ่านอย่างกว้างขวาง)

 

Catcher in the Rye โดย J.D. Salinger

หัวใจแห่งวัยรุ่นที่ใฝ่หาคำตอบของความสับสน ถูกรจนาในผลงานระดับอมตะที่ได้รับการอ่าน ตีพิมพ์ และแปลหลากหลายภาษา แม้ว่าผู้เขียนอย่าง J.D. Salinger จะพยายามอย่างถึงที่สุดจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิตที่จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับโลกสาธารณชน (และมีผลงานเพียงแค่สี่เล่ม) แต่สำหรับความขัดแย้งในจิตใจของโฮลเด้น คอลด์ฟิลด์ เด็กหนุ่มเกเรที่กำลังสับสนในวัยเปลี่ยนผ่านเล่มนี้ ยังคงประกาศเสียงกึกก้องในหัวใจของวัยรุ่นทุกยุคทุกสมัย เป็นนิยายที่ซับซ้อน มีสัญญะ แต่กลับอ่านง่ายและมีขนาดที่ไม่หนาหนัก

Trivia: มีการสันนิษฐานกันว่า ตัวละครโฮลเด้น คอลด์ฟิลด์ ในเรื่อง คือตัวแทนของ J.D. Salinger ในวัยรุ่น แต่ก็ไม่ได้รับการยืนยันแต่ประการใด)

 

Animal Farm โดย George Orwell

แม้ผู้อ่านโดยทั่วไปจะคุ้นชื่อ George Orwell กันดีในผลงานเสียดสีระบบการปกครองกึ่งไซไฟ 1984 (ที่คุณไม่ควรออกไปนั่งกินแซนด์วิชที่สาธารณะพร้อมอ่านถ้าไม่อยากถูกทางการนั่งรวบไปนั่งปรับทัศนคติ…) แต่สำหรับนวนิยายที่ดูไร้พิษภัยอย่าง Animal Farm เรื่องนี้ แม้เจ้าตัวจะออกมากล่าวแก้เกี้ยวว่า ‘เขียนเพราะอยากลองงานนวนิยายเด็ก’ แต่เนื้อหาที่ซ่อนอยู่นั้น คือการจิกกัดระบบเผด็จการทหารและระบอบคอมมิวนิสต์อย่างเต็มๆ ชนิดที่ทางการอังกฤษต้องสั่งเซนเซอร์เนื้อหาในช่วงที่ตีพิมพ์ เพราะพวกเขากำลังจับมือกับโซเวียตดาวแดงในสงครามโลกครั้งที่สองอยู่ และการมีงานเขียนที่สร้างความขุ่นเคืองให้ ‘มหามิตร’ ในช่วงเวลานั้น คงไม่ใช่สิ่งที่ดูน่าสนุกเท่าไหร่

Trivia: ถึงเนื้อหาข้างในจะแอบจิกกัดการเมือง แต่มันก็ถูกเอาไปดัดแปลงเป็นภาพยนตร์อนิเมชันในปี 1954 ที่ยังคงความคลาสสิคมาจนถึงปัจจุบัน ก็ประโยค ‘สี่ขาดี สองขาดีกว่า’ นี้ ใครจะลืมได้ลงกัน

 

The Satanic Verses โดย Salman Rushdie

ไม่มีประเด็นไหนที่จะสร้างความร้าวฉาน หัวร้อน และอาการโกรธเกรี้ยวถึงอาฆาตได้เท่ากับความขัดแย้งทางศาสนาอีกแล้ว และ The Satanic Verses ‘ลำนำปิศาจ’ ของ Salman Rushdie นักเขียนลูกครึ่งอินเดีย-อังกฤษ เล่มนี้ ก็เป็นหนึ่งในสุดยอดวรรณกรรมระดับมหากาพย์ ที่เล่นกับประเด็นอันแข็งกร้าวของแนวคิดระหว่างความดีความชั่ว การมีอยู่ของศาสนา ศรัทธา ตัวตน และจิตวิญญาณ ไปจนถึงมุมมองความขัดแย้งระหว่างศาสนาฮินดูและมุสลิม ในอินเดีย แผ่นดินแม่ของเขา ที่เล่นใหญ่เสียจนทำให้นวนิยายเล่มนี้ ถูกห้ามตีพิมพ์และจัดจำหน่ายในหลายประเทศ และทำให้ Salman Rushdie นั้น ถูกท่วมทับด้วยจดหมายขู่ฆ่าจากทั่วสารทิศที่มากพอที่จะท่วมทับเขาให้ตายใต้กองจดหมายได้อย่างสบายๆ 

ทั้งหมดนี้ แม้จะเป็น 'หนังสือต้องห้าม' แต่มันก็เป็นนิยามที่ได้รับในช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งไม่ได้เป็นสิ่งที่คงกระพัน นั่นเพราะเนื้อหาต่างๆ นั้น อาจจะกลายเป็นองค์ความรู้สำคัญที่จะทำให้เราผู้อ่านได้ทบทวน เรียนรู้ และนำมาตั้งคำถามปรับใช้ในเวลาถัดไปไม่มากก็น้อย 

58,614
Views
หนังสือ+(เคย)+ต้องห้ามที่เราอยากให้คุณได้อ่าน
NEXT CONTENT »
Bookshelf
คำตอบ – ดวงฤทธิ์ บุนนาค
READ CONTENT
ประวัติศาสตร์ก้นครัว
ประวัติศาสตร์ก้นครัว     หนังสือเล่มนี้ จะพาเราเดินลึกเข้าไปในห้องครัว บอกแบบนี้ บางคนอาจคิดว่าไม่น่าสนใจ เพียงเพราะนึกว่าครัว เป็นสถานที่ที่เราเดินเข้าออกอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันยามหิว จนเราคิดว่ารู้จักมันดีพอ แต่แท้จริงแล้ว เรื่องราวของครัวยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่าง ที่สามารถถ่ายทอดเป็นเรื่องราว..
READ CONTENT
ความรักใดจะไม่ปวดร้าว
ความรักใดจะไม่ปวดร้าว ท่องไปในวิถีชีวิตของสังคมจีนสมัยใหม่ ผ่านนวนิยายรักร่วมสมัยสะท้อนปัญหาครอบครัว กับ 'ความรักใดจะไม่ปวดร้าว' ผลงานกระทุ้งอารมณ์สะเทือนใจของ 'ชวนหนี' นักประพันธ์หญิงชาวจีนเสฉวนผู้มีปูมหลังชีวิตเข้มข้น เธอใช้ภาษาเป็นสะพานทอดความรู้สึกให้ผู้อ่านระลึกถึงชีวิตของหนุ่มสาวที่ถูกค่านิยมยุคเก่ากดให้เวียนว่..
READ CONTENT
ART+CULTURE
EVENT
DESIGN
GALLERY
PERFORMANCE
BOOK SHELF
FILM
MUSIC
 CONTACT
 FOLLOW US