PEOPLE
มาร์คัส เวสต์เบอรี : ชายผู้เปลี่ยนเมืองนิวคาสเซิล ออสเตรเลีย ให้กลายเป็นเมืองสร้างสรรค์
มาร์คัส เวสต์เบอรี : ชายผู้เปลี่ยนเมืองนิวคาสเซิล ออสเตรเลีย ให้กลายเป็นเมืองสร้างสรรค์

เมื่อพูดถึงเมืองสร้างสรรค์ ต้องพูดถึง มาร์คัส เวสต์เบอรี (Marcus Westbury) เพราะตัวตนที่แท้จริงเขาเป็นทั้งนักคิด ผู้ประกาศข่าว และผู้เขียนหนังสือเรื่อง ‘Creating Cities’ ซึ่งอธิบายความคิด กลยุทธ์ และวิธีการลองผิดลองถูกที่เกิดขึ้นระหว่างที่เขาพยายามพัฒนาเมืองสร้างสรรค์

ปี 2008 เวสต์เบอรีตัดสินใจลุกขึ้นมาก่อตั้งโครงการฟื้นฟูเมืองนิวคาสเซิล บ้านเกิดของเขาในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย ทำให้เมืองเก่าที่ถูกปล่อยทิ้งร้างให้เงียบเหงาสามารถกลับมามีชีวิตชีวาได้อีกครั้ง กระทั่งในปี 2011 Lonely Planet เว็บไซต์ชื่อดังสำหรับคนรักการเดินทาง ยังยกย่องให้เมืองนิวคาสเซิลเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ และเหมาะอย่างยิ่งสำหรับศิลปินที่มีความคิดสร้างสรรค์ 
 
ครั้งที่เวสต์เบอรีเดินทางมากรุงเทพฯ ตามคำเชิญของสถานทูตออสเตรเลีย ประจำประเทศไทย เขาได้นำประสบการณ์อันเยี่ยมยอดที่เกี่ยวกับการฟื้นฟูเมืองด้วยความคิดสร้างสรรค์มาถ่ายทอดให้คนไทยได้ฟัง โดยเริ่มต้นจากโครงการระดับเมือง Renew Newcastle ไปจนโครงการระดับประเทศ Renew Australia ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นต้นแบบการพัฒนาพื้นที่ทิ้งร้างทั่วโลก
 
 
“นิวคาสเซิลเป็นเมืองเก่าของออสเตรเลีย มีอายุประมาณ 200 ปี ก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 1797 และสิ่งที่ทำให้นิวคาสเซิลเป็นที่รู้จักคือ อุตสาหกรรมเหล็ก ซึ่งเคยมีการจ้างงานมากถึง 20,000 คน นั่นหมายความว่าประชากรส่วนใหญ่ในนิวคาสเซิลทำงานโรงงานเหล็กกันทั้งนั้น แต่หลังจากอุตสาหกรรมเหล็กล่มสลาย โรงงานก็ต้องทยอยปิดตัวลง และมีการทำลายอาคารขนาดใหญ่จนกระทั่งส่งผลให้คนนิวคาสเซิลกว่า 40% ต้องว่างงาน และทิ้งภาพปัญหาทางสังคมไว้มากมาย 
 
“ตอนนั้นผมยังเป็นวัยรุ่นอายุประมาณ 20 กว่า ทำให้เห็นภาพเมืองที่ต้องผ่านความยากลำบากมามากมาย มันส่งผลให้ผมต้องออกจากนิวคาสเซิลไปอยู่เมลเบิร์น ไปอยู่ซิดนีย์ เนื่องจากไม่มีงานทำ แต่สุดท้ายก็ยังคงต้องกลับไปที่บ้านเกิดตัวเองทุก 6 เดือน ทว่าสถานการณ์ของเมืองยังคงย่ำแย่ลง ถึงขนาดใกล้จะกลายเป็นเมืองร้าง อาคารสำนักงานไม่มีผู้คนเข้าไปใช้เป็นเวลานาน โรงภาพยนตร์ว่างเปล่าไร้การเหลียวแล ผมดูแล้วรู้สึกหดหู่อย่างมาก ทั้งที่ความจริงแล้วอาคารหลายแห่งยังมีความสวยงามอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว” เวสต์เบอรีกล่าว
 
 
 
เมื่อบ้านเกิดกำลังกลายเป็นเมืองร้าง ปี 2008 เวสต์เบอรีจึงมีความคิดว่าจะกลับไปสร้างบาร์เล็กๆ แถวนิวคาสเซิล เพราะขณะนั้นเขาคิดเพียงว่ามันอาจจะช่วยทำให้ถนนสายหลักของเมืองกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง 
 
“มันยากมากที่จะหาคนเปิดให้เช่าพื้นที่ที่ผมต้องการนำไปทำเป็นบาร์ ซึ่งอาจจะเป็นเพราะผมยังเป็นเด็กหนุ่ม และเงินก็ยังมีไม่เยอะมากเท่าไหร่ แต่หลายร้านที่ทำธุรกิจไม่สำเร็จก็แขวนป้ายให้เช่าเอาไว้เป็นเวลานานมากแล้ว ผมเดินไปตามถนนเส้นหลัก 2 สายเพื่อจะหาว่ามีร้านไหนว่างบ้าง ซึ่งผมพบว่ามีอาคารมากถึง 150 หลังที่ถูกทิ้งร้างอยู่บนถนนเส้นหลัก 2 สาย และทั้งที่ผมก็เป็นผู้อำนวยการโครงการศิลปะ เป็นพรีเซ็นเตอร์รายการโทรทัศน์ และก็ยังเป็นนักเขียนด้วย แต่พอผมทำโครงการนี้ทำให้ผมเห็นว่า วิธีการในการมองปัญหาของแต่ละคนจะแตกต่างกันออกไป”
 
วิธีการแก้ไขปัญหาแบบมาร์คัสคือ การตระเวนออกสำรวจพื้นที่แทบทุกซอกทุกมุม ก่อนที่จะจินตนาการหน้าตาเมืองหลังจากผ่านการฟื้นฟูแล้วออกมา ทว่าหนุ่มออสซี่กลับต้องยอมรับความจริงว่า ภาพที่จินตนาการไว้นั้นไม่สามารถเกิดขึ้นจริงทั้งหมด 
 
“ข้อมูลที่ผมได้มาหลังจากทำการสำรวจเมืองคือ คนจำนวนหนึ่งมีทักษะ มีการวางแผนไป 5-20 ปี ว่าเมืองควรจะหน้าตาเป็นอย่างไรบ้าง แต่ที่ผมกังวลมากคือ วันนี้ พรุ่งนี้ และวันถัดไป คนที่มีความฝันจะฟื้นฟูนิวคาสเซิล แต่ถ้าไม่ลงมือทำอะไรสักอย่างแผนก็จะไม่ไปถึงไหน และก็กลายเป็นแผ่นกระดาษที่ว่างเปล่าเท่านั้นเอง” 
 
นอกจากนั้น เวสต์เบอรียังมีพื้นฐานทางด้านเทคโนโลยี และเห็นว่าเทคโนโลยีมีส่วนเข้ามาเปลี่ยนแปลงหน้าตาของวิถีการผลิตของสังคมเมือง รวมไปถึงชุมชนด้วยเช่นกัน หนีไม่พ้นการยกตัวอย่างของยุคโลกาภิวัตน์ ซึ่งผู้คนมีการซื้อขายที่แตกต่างไปจากเดิม ทำให้ร้านค้าจำนวนมากถูกทอดทิ้งจนต้องปิดตัวลง หรือย้ายสถานที่ไปอยู่ในแถบชานเมืองแทน 
 
“ผมคิดว่าจะทำอย่างไรให้คนกลับเข้ามาใช้ชีวิตในแถบใจกลางเมือง และจะทำอย่างไรให้เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงวิถีการผลิตเข้ามามีส่วนช่วยในการพัฒนาเมือง โดยเฉพาะร้านค้าที่ปล่อยร้างมันเป็นการสูญเสียโอกาส บางครั้งหลายคนมีไอเดียอยากจะลองทำ แต่ไม่สามารถเข้าไปใช้งานอาคารได้”
 
ผลลัพธ์จากการทำงานเพียงแค่ 4 ปี ส่งผลให้โมเดลฟื้นฟูเมืองของเวสต์เบอรีประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย ซึ่งเกิดจากความสามารถในการเชื่อมต่ออาคารร้างกับนักคิดสร้างสรรค์เข้าด้วยกัน 
 
“ผมเป็นคนที่เชื่อในการสื่อสาร และการทดลอง ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของการมีเงินทุนสร้างตัวอาคารเท่านั้น แต่ต้องสร้างพื้นที่ให้ดึงดูดความสนใจ เป็นการทดลองอะไรใหม่ๆ เพื่อที่จะค้นหาสิ่งที่เรายังไม่รู้ ผมตั้งบริษัทที่ไม่แสวงหาผลกำไรในปี 2008 โดยมีคณะกรรมการมาจากหลากหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรม ธุรกิจ กฎหมาย บัญชี แล้วก็คนที่ทำงานในชุมชนด้วย แล้วจึงสร้างโมเดลขึ้นมา
 
“หลักการของผมก็คือ ขอยืมอาคารกับตัวเจ้าของ และให้บรรดานักคิดสร้างสรรค์มายืมไปประกอบธุรกิจจากความคิดสร้างสรรค์ที่เป็นออริจินัล ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบแฟชั่น ธุรกิจเพลง ภาพถ่าย ศิลปะ หรือหัตถกรรม ที่ทำขึ้นด้วยตัวเอง โดยจะมีการทำสัญญาต่อเนื่องทุก 30 วัน คือถ้าเจ้าของสามารถไปหาผู้เช่ามาได้เองภายในเวลา 30 วัน ทางเราก็ต้องย้ายออกให้ รวมทั้งมีการปรับปรุงพื้นที่เล็กๆ น้อยๆ โดยไม่ต้องขออนุญาตจากทางภาครัฐ เพราะจุดยืนของโครงการอยู่ที่การทำเท่าที่ทำได้ โดยไม่กระทบต่อกฎหมาย หรือต้องเขียนกฎหมายใหม่ขึ้นมารองรับ จะได้ไม่ต้องไปแข่งขันกับธุรกิจที่มีอยู่แล้วในพื้นที่”
 
วิธีคิดนอกกรอบของเวสต์เบอรีทำให้ปัจจุบันเมืองนิวคาสเซิลได้ปรับเปลี่ยนพื้นที่ที่ถูกทิ้งร้างจำนวนกว่า 150 แห่ง ให้กลายเป็นร้านกาแฟ แกลเลอรี ร้านศิลปหัตถกรรม และร้านเสื้อผ้า ซึ่งตอบสนองความต้องการระดับทั่วโลก จนกระทั่งการผลิตในระดับท้องถิ่น และระดับค้าปลีกย่อย 
 
ปัจจุบัน เวสต์เบอรี ดำรงตำแหน่งประธานบริหารด้านกิจการสังคมให้บริษัท Contemporary Arts Precincts ซึ่งกำลังดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ศิลปะคอลลิงวูด เมืองเมลเบิร์น และเป็นผู้ให้คำปรึกษาแก่หน่วยงานรัฐบาล และภาคธุรกิจ อีกทั้งบรรยายเกี่ยวกับการใช้ความริเริ่มสร้างสรรค์วัฒนธรรมทั้งในระดับประเทศและระดับสากล
104,002
Views
มาร์คัส+เวสต์เบอรี+:+ชายผู้เปลี่ยนเมืองนิวคาสเซิล+ออสเตรเลีย+ให้กลายเป็นเมืองสร้างสรรค์
NEXT CONTENT »
Iron Man Experience
Iron Man Experience Hong Kong  งานนี้ของเด็ดประจำเกาะฮ่องกงอย่าง Hong Kong Disneyland เตรียมจัดเต็มกันอีกครั้ง พาเหล่าเด็กๆ บินทะลุฟ้าไปกับ Iron Man Experience โซน Tomorrowland ที่ Tony Stark เพลย์บอยนักประดิษฐ์ และซูเปอร์ฮีโร่เกราะเหล็ก Iron Man จะพาชมนวัตกรรมแห่ง Stark Industry ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน พร..
READ CONTENT
The MixMash Festival เทศกาลแห่งสัมผัสทางรสชาติ เสียงดนตรี และศิลปะระดับโลก
MOOSE presents The MixMash A Festival of Fusion ระหว่างวันที่ 27–29 พฤศจิกายน 2558 นี้ อย่าลืมไปร่วมสนุกกับสุดยอดเทศกาลแห่งสัมผัสทางรสชาติ และบีทระดับโลก ผสานการสร้างสรรค์อาหาร ดนตรี และศิลปะ ซึ่งเป็นความสดใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นที่ไหนมาก่อนแน่นอน    
READ CONTENT
Don’t Miss! 3 กิจกรรมต้อนรับฤดูกาลแห่งการอัพเดทเทรนด์ฮอต
หน้าร้อนแบบนี้ใครว่าจะสนุกไม่ได้ นอกจากจะได้เที่ยวอย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องฟ้าฝนแล้ว ยังเป็นฤดูแห่งการอัพเดทเทรนด์ และวางแผนทำกิจกรรมเอ้าท์ดอร์อีกมากมาย วันนี้ 247 City Magazine จะมาแนะนำ 3 กิจกรรมจาก CPN ที่คัดสรรมาแล้วว่า Don’t Miss! สำหรับซัมเมอร์นี้   1. สนุกสุดฮิพ ช้อปชิคซั..
READ CONTENT
PEOPLE
INTERVIEW
SPOTLIGHT
 CONTACT
 FOLLOW US